
การอุดฟันคือวิธีการรักษาฟันที่ถูกทำลายจากการผุให้สามารถใช้งานได้และกลับมามีรูปทรงดังเดิม เวลาทำการอุดฟัน ทันตแพทย์จะเอาเนื้อฟันที่ผุออกและทำความสะอาด จากนั้นจึงเติมวัสดุอุดฟันลงไปเพื่อช่วยป้องกันการผุเพิ่มขึ้นด้วยการปิดช่องทางที่แบคทีเรียสามารถเข้าไปได้
วัสดุที่ใช้ในการอุดฟัน
1.อุดฟันด้วยอมัลกัม (Amalgam)
เป็นวัสดุอุดฟันโลหะผสมมีสีเทาแบบโลหะ ราคาไม่แพง มีข้อดีคือแข็งแรงทนทานเหมาะกับการอุดในบริเวณที่ต้องรับแรงบดเคี้ยว ข้อเสียคือสีไม่เหมือนฟันธรรมชาติ และจะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ
**ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่อุดฟันด้วยอมัลกัม
– ไม่ควรใช้ฟันที่เพิ่งอุดใหม่ ๆ เคี้ยวอาหาร ควรทิ้งไว้อย่างน้อย 24 ชม. เพื่อให้วัสดุแข็งตัวเต็มที่ ให้เคี้ยวอาหารเฉพาะด้านที่ไม่ได้รับการอุดฟันเพียงข้างเดียวไปก่อน
– การที่อุดฟันด้วยอมัลกัมตั้งแต่ 3 ด้านขึ้นไป ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่แข็งๆ และใช้ฟันซี่นั้นอย่างระมัดระวัง
2.อุดฟันด้วยคอมโพสิตเรซิน (Composite Resin)
เป็นวัสดุอุดฟันสีธรรมชาติ ซึ่งมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัสดุอุดฟันแบบฉายแสง เป็นวัสดุจำพวกพลาสติก ใช้ในตำแหน่งที่ต้องการความสวยงามเหมือนธรรมชาติ สามารถใช้อุดฟันได้ทั้งฟันหน้าและฟันหลังและยังคงทนได้นานกว่ากลาสไอโอโนเมอร์ แต่วัสดุชนิดนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง
***ข้อแนะนำสำหรับผู้ที่อุดฟันด้วยคอมโพสิตเรซิน
– สามารถใช้ฟันซี่นั้นเคี้ยวอาหารได้ตามปกติทันทีหลังการอุดฟัน
– กรณีที่วัสดุมีการเปลี่ยนสีหรือมีการเกาะติดของสีจากคราบอาหารตามขอบวัสดุ หรือขอบวัสดุอุดฟันมีรอยรั่วแตกหัก ควรพบทันตแพทย์เพื่ออุดฟันแก้ไขใหม่
3.อุดฟันด้วยกลาสไอโอโนเมอร์ (Glass Ionomer cement)
เป็นวัสดุอุดสีขาวคล้ายคอมโพสิต มีความโปร่งแสง ซึ่งมีข้อดีคือสามารถปล่อยฟูออไรด์ออกมาจากตัววัสดุได้ ทำให้สามารถป้องกันการผุซ้ำและลดอาการเสียวฟันได้ ข้อเสียคือไม่แข็งแรงทนทาน ใช้อุดเฉพาะฟันที่ไม่ต้องรับแรงบดเคี้ยว
อายุการใช้งานของฟันที่ได้รับการอุดฟันทุกซี่จะขึ้นอยู่กับการบดเคี้ยว การใช้งาน การเลือกรับประทานอาหารที่ไม่แข็งและเหนียวเกินไป ต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดอยู่เสมอและควรตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน